ถ้าอุกกาบาตไม่ชนโลก: สัตว์ที่ครอบครองโลกยุคนั้นจะเป็นอย่างไร

บทนำ: โลกที่ไม่เคยเกิดขึ้น
เมื่อ 66 ล้านปีก่อน อุกกาบาตขนาดยักษ์พุ่งชนคาบสมุทรยูกาตัน ประเทศเม็กซิโก สร้างรอยแผลขนาด 180 กิโลเมตรบนพื้นโลก การชนครั้งนั้นทำให้เกิดคลื่นช็อกที่แผ่ไปทั่วโลก ฝุ่นและเขม่าปกคลุมท้องฟ้าเป็นเวลาหลายเดือน อุณหภูมิโลกตกต่ำลงอย่างรุนแรง และ ไดโนเสาร์ทั้งหมดที่บินไม่ได้ตายไปภายในเวลาไม่กี่ร้อยปี รวมถึงสัตว์ดึกดำบรรพ์ทางทะเลอีกหลายสายพันธุ์
แต่ถ้าอุกกาบาตก้อนนั้นพลาดโลกไปเพียงไม่กี่องศา ถ้ามันตกลงในมหาสมุทรแทนที่จะเป็นพื้นดิน ประวัติศาสตร์โลกจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ไดโนเสาร์จะครอบครองโลกต่อไปอีกนานแค่ไหน
ไดโนเสาร์ครอบครองโลกบกมาแล้วประมาณ 165 ล้านปี ก่อนเหตุการณ์สูญพันธุ์ครั้งใหญ่ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าพวกมันยังคงมีช่วงชีวิตที่เหลืออยู่อีกนาน เพราะในช่วงปลายยุค Cretaceous ไดโนเสาร์ยังคงมีความหลากหลายทางชนิดพันธุ์สูงมาก ไม่มีสัญญาณใดบ่งชี้ว่าพวกมันกำลังจะสูญพันธุ์จากธรรมชาติ
นักบรรพีชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าไม่มีเหตุการณ์สูญพันธุ์ครั้งนั้น ไดโนเสาร์น่าจะยังคงครอบครองโลกต่อไปอีก อย่างน้อย 10-20 ล้านปี ก่อนที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามธรรมชาติจะเริ่มกระทบประชากรของพวกมัน
Tyrannosaurus Rex และ Triceratops ที่เป็นสัญลักษณ์ของยุคนั้น จะยังคงเดินบนพื้นทวีปต่อไป ในขณะที่ Velociraptor ก็จะยังคงล่าสัตว์เป็นฝูงตามทุ่งหญ้าและป่าเขตร้อนที่ยังคงอุดมสมบูรณ์
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจะเป็นอย่างไร
หลังจากไดโนเสาร์สูญพันธุ์ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจึงเริ่มแผ่ขยายและครอบครองทุก ecological niche ที่ว่างลง ถ้าไดโนเสาร์ยังมีชีวิตอยู่ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจะถูกบีบให้ อาศัยอยู่เฉพาะในถ้ำและเวลากลางคืน เท่านั้น เพราะพวกมันมีขนาดเล็กและไม่สามารถแข่งขันกับนักล่าในยุคนั้นได้
นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า Primates หรือไพรเมต ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์ อาจจะไม่เคยวิวัฒนาการเลย หรือถ้ามีก็จะยังคงเป็นสัตว์ขนาดเล็กที่หลบซ่อนในป่า ไม่มีทางพัฒนาสติปัญญาและวัฒนธรรมอย่างที่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์
ลองนึกภาพโลกที่ ไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ยังคงเดินผ่านทุ่งหญ้าแอฟริกา แทนที่จะเป็นช้างและแมวนักล่า หรือ Tyrannosaurus Rex เดินล่าสัตว์ในป่าดึกดำบรรพ์ของทวีปเอเชีย แทนที่จะเป็นเสือโคร่ง
สัตว์น้ำและท้องฟ้าจะเป็นอย่างไร
ในท้องทะเล สัตว์ดึกดำบรรพ์อย่าง Mosasaurus และ Plesiosaur จะยังคงครอบครองมหาสมุทรต่อไป ปลาวาฬและโลมาที่วิวัฒนาการในยุคต่อมาจะไม่มีโอกาสแผ่ขยาย เพราะพวกมันจะต้องแข่งขับกับนักล่าทางทะเลที่มีขนาดใหญ่และน่าเกรงขามกว่ามาก
บนท้องฟ้า Pteranodon และ Quetzalcoatlus จะยังคงเป็นจ้าวแห่งท้องฟ้า รบกวนฝูงสัตว์บกที่เดินผ่าน นกที่วิวัฒนาการมาจากไดโนเสาร์อาจจะยังคงมีขนาดเล็กและบินอยู่รอบนอก หลีกเลี่ยงการเป็นอาหารของ Pterosaur ที่ยังคงมีประชากรหนาแน่น
นักวิทยาศาสตร์คิดอย่างไรกับสมมติฐานนี้
ถึงแม้ว่าสมมติฐานเรื่อง "ถ้าไดโนเสาร์ไม่สูญพันธุ์" จะเป็นเพียงการคาดเดา แต่นักวิทยาศาสตร์ใช้มันเป็นเครื่องมือในการทำความเข้าใจ วิวัฒนาการและนิเวศวิทยาของโลกยุคนั้น การศึกษาว่าสิ่งมีชีวิตหนึ่งกลุ่มครอบครองโลกนานขนาดไหน ช่วยให้เข้าใจว่าทำไมเหตุการณ์สูญพันธุ์ครั้งใหญ่ถึงเป็นตัวแบ่งยุคสำคัญ
งานวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยชั้นนำระบุว่า ถ้าไดโนเสาร์รอดพ้นจากเหตุการณ์สูญพันธุ์ พวกมันน่าจะ วิวัฒนาการต่อไปอีกหลายสิบล้านปี โดยไม่มีเหตุผลใดบ่งชี้ว่าพวกมันจะเริ่มสูญพันธุ์จากธรรมชาติก่อนที่สภาพแวดล้อมจะเปลี่ยนไปอย่างมาก
บทสรุป
โลกที่ไม่มีอุกกาบาตชนเป็นโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่น่าทึ่งและน่าเกรงขาม สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอาจจะยังคงอาศัยอยู่อย่างลำบากในเงาของเหล่ายักษ์ใหญ่ และมนุษย์ก็อาจจะไม่เคยมีโอกาสเดินบนโลกนี้เลย เหตุการณ์สูญพันธุ์ครั้งนั้นเป็นทั้งจุดจบของยุคหนึ่ง แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของโลกที่เรารู้จักในปัจจุบันด้วย
ถ้าสนใจเรื่องราวของไดโนเสาร์และการสูญพันธุ์ ลองอ่านบทความเรื่อง วิธีที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบอุกกาบาตที่ทำให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ หรือ สัตว์ที่รอดพ้นจากเหตุการณ์สูญพันธุ์ครั้งใหญ่ ได้เลย
คำค้นที่เกี่ยวข้อง
dinosaur extinction, asteroid Chicxulub, dinosaur survival hypothesis, Cretaceous mass extinction, what if dinosaurs survived, prehistoric earth, mammals evolution, Tyrannosaurus Rex, Triceratops, สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
SYSTEM OVERRIDE REQUIRED
Log in to InGen secure servers to view full unredacted files and genetic sequences.
ACCESS INGEN NETWORK